โค้ชวัง - ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล:
‘จุดแรงบันดาลใจ ไขว่คว้าโอกาส
แล้วก้าวไปสู่ฝัน’
แดดวันนี้จัดจ้านแผดเผาจนทำให้น้ำในร่างกายระเหยออกมาตามรูขุมขน
แม้ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการค่อยๆเดินเข้าสู่สนามบุญจินดา ก็ทำให้
เหงื่อโทรมกายได้แล้ว แต่ขณะที่มองหาบุคคลผู้ที่จะเป็นแรงบันดาลใจแรก
ของชุมชนฟุตบอลแห่งนี้ พลันนั้น "โค้ชวัง-ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล"
ก็ปรากฏตัวขึ้นในชุดนักฟุตบอลหลังจากที่นำทีมซ้อมใน "มื้อเช้า" ไปแล้ว
ภาพในความทรงจำของผู้เขียนปรากฏขึ้นโดยไม่ตั้งใจ กับเหตุการณ์ในสนามราชมังคลากีฬาสถาน
ในเกมฟุตบอลนัดยิ่งใหญ่ที่สุดนัดหนึ่งที่ถูกจารึกลงบนประวัติศาสตร์ทีมชาติไทย กับลูกยิงมหัศจรรย์
ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายกีฬาเอเชียน เกมส์ ครั้งที่ 13 ที่กรุงเทพมหานคร ที่ส่งเกาหลีใต้ ร่วงตกรอบทันที
ความยิ่งใหญ่ของลูกยิงนี้นอกจากจะเป็นการยิงระยะไกลที่สมบูรณ์แบบแล้ว วันนั้นไทยเสียเปรียบ
มหาศาลเมื่อเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 9 คนเท่านั้นในการสู้กับเกาหลีใต้ ชาติที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย
ฟุตบอลโลกมาแล้วถึง 4 สมัย (ในขณะนั้น) ซึ่งมีผู้เล่นครบ 11 คน ที่คงไม่ต้องจินตนาการ
ว่าจะตกเป็นรองขนาดไหน
และนั่นคือภาพความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คนไทยเราจดจำกองกลาง
ฝีเท้าหนักคนนี้ได้
มาถึงวันนี้ "โค้ชวัง" หรือ "พี่วัง" ผ่านพ้นชีวิตการเป็นผู้เล่นมาได้ระยะเวลาหนึ่ง
แล้ว และหันมาทำงานในสายการคุมทีมฟุตบอลแทน โดยปัจจุบันอยู่กับ "สุภาพบุรุษโล่เงิน"
สโมสรอินทรี เพื่อนตำรวจ
ด้วยประสบการณ์ที่เข้มข้น ชีวิตลูกหนังที่ผาดโผน สายตาของอดีตยอดกองกลางทีมชาติไทยคนนี้
ย่อมมองออกว่าอะไรคือสิ่งที่ดีและไม่ดีในเกมลูกหนัง และอะไรคือสิ่งจำเป็นหากน้องๆต้องการ
ก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่แท้จริง
วันนี้เรามาพูดคุยกับ "ตำนาน" ทีมชาติไทย ธวัชชัย
ดำรงค์อ่องตระกูลกันครับ
สวัสดีครับโค้ชวัง พวกเราทีมงาน Football For Life Thailand
ขออนุญาตสัมภาษณ์โค้ช เพื่อนำมุมมอง ประสบการณ์
และคำแนะนำไปให้น้องๆที่อยากจะเป็นนักเตะรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ศึกษากันนะครับ
โค้ชวัง : ด้วยความยินดีครับ และขอสวัสดีทีมงานและน้องๆทุกคนด้วยนะครับ
อยากให้โค้ชช่วยเล่าย้อนกลับไปสักนิดครับว่า กว่าจะก้าวมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ
เส้นทางของโค้ชเริ่มจากจุดไหนครับ
บ้านเกิดผมอยู่ที่ศาลาด่าน จังหวัดกระบี่ครับ ที่บ้านมีพี่น้อง 14 คน
ซึ่ง 3 ในนั้นชอบเล่นฟุตบอลเหมือนกัน ผมเริ่มเตะบอลตอนอายุ 7 ขวบ
ก็ยึดพี่ชายเป็นแรงบันดาลใจครับตามประสาเด็กทั่วไป สมัยนั้นเราจะเตะบอลกันหลังเลิกเรียน
ที่บ้านจะมีลูกฟุตบอลแค่ใบเดียว เวลาพี่ๆไปเตะบอลกันกับเพื่อนๆ
ผมจะไปยืนรอหลังประตูคอยเก็บบอลให้ เตะบอลส่งคืนจากหลังประตูทุกวัน
ซึ่งตรงนี้นี่เองที่เป็นการสร้างจุดเด่นให้ผมไปในตัว
จุดเด่นอย่างไรครับ?
จุดเด่นในการเล่นของผมสมัยยังเป็นนักเตะคือการวางบอลยาว และการยิงไกลครับ
การได้เตะบอลคืนพี่ๆจากหลังประตูทุกวันนั้นสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา เพราะเวลาพี่ๆยิงประตูกัน
สมมติมาเตะกัน 5 คน พวกเขาได้โอกาสยิงกันแค่คนละ 1 ครั้งเท่านั้น
แต่ผมซึ่งคอยเก็บบอลและเตะคืนจะได้เตะบอลกลับไปถึง 5 ครั้ง
สิ่งเหล่านี้เสริมสร้างกำลังขามาโดยตลอด ทำให้ผมเป็นคนที่ยิงได้หนักหน่วงมาก
เรียกว่าเป็นสิ่งที่ได้มาโดยไม่รู้ตัวจริงๆ
ครับ บางครั้งสิ่งเล็กๆน้อยๆในช่วงที่เราเติบโตมา ก็จะเป็นรากฐานสำคัญชีวิตทั้งนั้น
สังเกตดูได้จากนักฟุตบอลระดับโลก ส่วนใหญ่จะมีฐานะยากจน
พวกเขาเติบโตมาโดยใช้ฟุตบอลเป็นแรงบันดาลใจให้ชีวิต เตะเล่นทั้งวันทั้งคืน
คนที่เล่นข้างถนนก็จะเลี้ยงบอลได้เก่งมาก แพรวพราว เช่น พวกนักเตะอเมริกาใต้
เมสซี่ โรบินโญ่ เป็นต้น และสิ่งที่สำคัญกว่าคือพวกเขามีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างมาก
อย่างนักเตะบ้านเราเองยุคก่อนก็คล้ายกันครับ ที่บ้านลำบาก ต้องพยายามสู้เพื่อ
ยืนหยัดในวงการให้ได้
แล้วความฝันของโค้ชที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลเริ่มต้นตอนไหนครับ?
จุดเริ่มต้นจริงๆน่าจะเป็นช่วงเด็กๆ ที่บ้านเกิดผมเนี่ย ทุกเทศกาลตรุษจีนจะมีการ
แข่งฟุตบอล ผมจะได้ดูพี่ชายเล่นตลอด แล้วก็เห็นคนเข้ามาเชียร์กันเยอะ
มันก็ทำให้เกิดความรู้สึกว่าผมอยากจะเล่นแบบนั้นบ้าง
เป็นการจุดประกายครั้งแรก?
ใช่ หลังจากนั้นเราก็ตั้งใจจะเล่นฟุตบอลให้ดี พอโตขึ้นเข้าโรงเรียนมัธยม
ก็เล่นฟุตบอลมาตลอด ซึ่งตอนนั้นก็ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำ
เป็นตัวแทนทีมเยาวชนระดับจังหวัด จนได้เข้าแข่งรายการโค้ก คัพ
มีแมวมองมาชวนให้เข้าทีมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ทีนี้เราก็ต้อง
ปรับตัวมากเพราะสิ่งที่เราเล่นมาเมื่อมีคนมาสอนให้แบบจริงๆจังๆเป็น
ระบบก็เหมือนเปิดโลกอีกใบ ต้องพยายามพัฒนาฝีเท้าตัวเองตลอดเวลา
ด้านไหนบ้างครับ?
เช่น เรื่องการยิงประตู ปกติผมเป็นคนยิงหนักอยู่แล้ว แต่เรายิงไม่มีทิศทาง
พอโค้ชมาสอนเรื่องการวางเท้า ก็ช่วยให้เราควบคุมได้ทั้งน้ำหนักและทิศทาง
แต่สิ่งเหล่านี้ต้องฝึกซ้อมตลอดเพื่อให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
นั่นเป็นฟุตบอลในระดับเยาวชน แล้วโค้ชมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพจริงๆ
ได้อย่างไรครับ?
ผมเล่นให้กรุงเทพคริสเตียน ก็เริ่มติดทีมชาติไปด้วย ตอนอายุ 16 ปีกวาดแชมป์เกือบทุกถ้วย
แล้วก็ติดทีมชาติชุดนักเรียนไทย ไปจนถึงชุด "ดรีมทีม" (ทีมชาติยุคก่อนซึ่งโด่งดังมาก)
เรียกได้ว่าเราเลือกที่จะเดินเส้นทางสายนี้อย่างแท้จริง
มีปัญหาหรืออุปสรรคบ้างหรือเปล่าครับ?
มีแน่นอนครับ อย่างพื้นฐานเลยคือครอบครัวที่ไม่สนับสนุน เพราะพ่อแม่สมัยก่อน
เขาไม่เชื่อว่าฟุตบอลเลี้ยงชีวิตได้ อยากให้ลูกเรียนหนังสือ แต่ผมเองตั้งใจจริง
ก็ทำให้มีทุกวันนี้ได้ แต่สมัยนี้ฟุตบอลเป็นอาชีพแล้ว สามารถเลี้ยงตัวเองได้
ถ้าพ่อแม่เปิดใจกว้าง ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นนักเตะดีๆขึ้นมาประดับวงการอีกมากครับ
และถ้าได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพสามารถเลี้ยงครอบครัวได้อย่างแน่นอน
จุดสูงสุดในชีวิตของการเป็นนักฟุตบอลคืออะไร?
คือการได้รับใช้ทีมชาติครับ นี่คือที่สุดแล้วของผม
โค้ชมีคำแนะนำอะไรถึงน้องๆที่อยากจะก้าวมาเป็นนักฟุตบอลบ้างครับ
ฟุตบอลหรือความจริงกีฬาทุกประเภท เป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์อยู่แล้ว
การออกกำลังกายทำให้ร่างกายแข็งแรง สดใส และถ้าเราอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพจริงๆ
ก็ต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ต้องพยายาม มีระเบียบวินัย เรื่องนี้สำคัญมาก โค้ชเอง
ก็เคยผ่านช่วงที่ไม่ดีมาบ้าง มีหลุดมีอะไรบ้างซึ่งไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีนัก เราต้องรู้จัก
ควบคุมตัวเองด้วย เพราะถ้าปล่อยตัว วันนี้เราเก่งก็จริงแต่จะยืนระยะได้ไม่ยาว
การทุ่มเทซ้อมต่อเนื่องจะเป็นรางวัลชีวิตในระยะยาว ตัวอย่างนักฟุตบอลไทยดีๆ
มีอีกมาก เช่น พี่เทิดศักดิ์ ใจมั่น หรือที่เลิกเล่นไปแล้วแต่แฟนๆยังคิดถึงอย่าง
ตะวัน ศรีปาน
อยากเห็นน้องๆมุ่งมั่นตั้งใจให้มากๆครับ สมัยนี้โอกาสมีเยอะมาก
ถ้าอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ต้องพยายามวิ่งเข้าหาโอกาสนั้น อย่ารอคอยอย่างเดียว
ฝันอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรู้จักสานต่อพยายามทำให้เป็นจริงด้วย
โค้ชคิดอย่างไรกับโครงการ อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์
เป็นโครงการที่ดีมากครับ เป็นการเปิดโอกาสให้น้องๆอย่างแท้จริง โดยเปิดโอกาส
ให้คัดตัวจากทั่วประเทศ ผิดกับสมัยโค้ชที่ต้องดิ้นรนหาทางมาเล่นในเมืองหลวงให้ได้
ทีนี้ถ้าเข้าโครงการมาแล้วได้รับการคัดตัวรอบแรก น้องๆจะได้เข้ามาอบรมศึกษา
การเล่นฟุตบอลที่ถูกต้อง ได้เห็นความฝันอยู่ข้างหน้า และจะเกิดแรงบันดาลใจ
ที่อยากจะไปต่อ ทีนี้ถ้าเก่งและได้รับการเลือกเป็นตัวแทนไปประเทศเยอรมนีด้วย
เราจะได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก เพราะการได้เห็นทีมระดับโลก ได้สัมผัส
ได้เรียนรู้เทคนิค วิธีการคิด การปฏิบัติตัวต่างๆซึ่งเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้
มันจะเป็นต้นทุนชีวิตให้น้องได้ก้าวไปสู่ฝัน เรียกว่าโครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้น
ที่ดีมากจริงๆครับ
พิเศษ! "โค้ชวัง" ไม่ได้เพียงมาบอกเล่าประสบการณ์ดีๆให้แก่น้องๆเท่านั้น
ยังนำของรางวัลพิเศษติดไม้ติดมือมาฝากให้น้องๆได้ร่วมสนุกกันด้วย
เป็นเสื้อแข่งของทีมสโมสรอินทรี เพื่อนตำรวจ 1 ตัวพร้อมกับลายเซ็นของโค้ชวัง
กติกาง่ายๆ
เพียงน้องๆบอกเล่าความรู้สึกว่าได้รับ “แรงบันดาลใจ” อะไรจากโค้ชวังบ้าง
ส่งคำตอบของคุณมาที่
fflt@aacp.co.th
ใช้ subject อีเมล์ว่า ร่วมสนุกชิงรางวัลกับโค้ชวัง
โดยผู้ที่ร่วมสนุกจะต้องเป็นสมาชิกของเว็บไซต์
Footballforlifethailand.com เท่านั้นนะครับ
ดังนั้นใครยังไม่เป็นให้รีบไป
สมัคร ด่วนครับ
เรื่องราวแรงบันดาลใจของน้องๆคนไหนถูกใจโค้ชวังมากที่สุด 3 อันดับแรก
รอรับรางวัลพิเศษกันได้เลย!
1. เสื้อแข่งขันสโมสรอินทรี เพื่อนตำรวจ พร้อมลายเซ็นโค้ชวัง
2. เสื้อโปโลสโมสรอินทรี เพื่อนตำรวจ พร้อมลายเซ็นโค้ชวัง
3. ผ้าผันคอสโมสรอินทรี เพื่อนตำรวจ พร้อมลายเซ็นโค้ชวัง
ส่งคำตอบมาภายในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ครับ ผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้รับการติดต่อกลับ
จากทีมงาน Football For Life Thailand ครับ
*หมายเหตุ ของรางวัลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ และการตัดสินของทีมงานถือเป็นที่สิ้นสุด
VIDEO