‘ปีโป้’ นักบอลบ้านนอกผู้พิชิตความฝัน
18 สิงหาคม 2560
Last updated at 13:22
‘ปีโป้’ นักบอลบ้านนอกผู้พิชิตความฝัน
“มีห้าบาทก็เก็บ มีสิบบาทก็เก็บ จนครบหกร้อยกว่าบาท ถึงได้ซื้อสตั๊ดคู่แรก”

คำพูดข้างต้นคือคำบอกเล่าถึงเรื่องราวชีวิตในวัยเด็กที่ยากลำบากของนักฟุตบอลที่ดังและเก่งที่สุดคนหนึ่งของประเทศอย่าง สิโรจน์ ฉัตรทอง หรือที่น้องๆเรียกกันว่า “พี่ปีโป้” นั่นเอง
 
ตามประสานักฟุตบอลบ้านนอกชีวิตและเส้นทางลูกหนังของ ปีโป้ (หรือจริงๆชื่อว่า โป้) ไม่ได้โรยมาด้วยกลีบกุหลาบ ในทางตรงกันข้ามเขาต้องก้าวผ่านอะไรหลายอย่างมามากมายกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้
 
เชื่อหรือไม่ว่าปีโป้ ไม่เคยแม้กระทั่งจะติดทีมโรงเรียนเลยแม้แต่ครั้งเดียวในวัยเด็ก ซึ่งอาจเป็นเพราะเป็นนักฟุตบอลที่ไม่ได้มีเบสิกการเล่นที่ดีในระดับมาตรฐาน เริ่มเล่นฟุตบอลก็ช้ากว่าเพื่อนๆ
 
ไม่นับความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เมื่อคุณพ่อจากไปตั้งแต่ยังเล็กๆ แน่นอนว่าครอบครัวลำบากไม่น้อย
 
ดูๆแล้ว “ความฝัน” ที่จะก้าวมาเป็นซูเปอร์สตาร์เหมือนในเวลานี้เป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลย
 
แต่สิ่งที่ ปีโป้ ทำไม่ใช่การท้อแท้ต่อโชคชะตา หรือการยอมรับว่าฟ้าไม่ได้ส่งเขามาเพื่อเป็นนักฟุตบอล
 
ปีโป้ เลือกจะทำในสิ่งตรงข้ามซึ่งเป็นสิ่งที่ง่ายมากและใครก็สามารถทำได้
 
สิ่งนั้นคือการพยายามทำให้ดีที่สุด และไม่คิดย่อท้อแม้แต่ครั้งเดียว
 
จากเด็กที่ไม่เคยผ่านการคัดตัวเลย ปีโป้ เลือกที่จะพยายามหาทางที่จะทำให้ตัวเองเก่งขึ้นให้ได้ ซึ่งวิธีของเขานั้นง่ายมาก เมื่อคิดว่าเบสิกฟุตบอลด้อยกว่าเพื่อนก็ต้องมองหาจุดเด่นเรื่องอื่น และจุดเด่นของปีโป้คือรูปร่างที่สูงใหญ่กำยำ
 
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเสริมกำลังและความแข็งแกร่ง ดังนั้นทุกๆเช้าตอนตี 5 ปีโป้ จะออกมาวิ่งทุกวัน
 
สิ่งที่เขาทำไปเป็นการสะสมต้นทุนชีวิตที่ต่อมากลายเป็นจุดเด่นที่สุดของตัวเอง และเขายังรู้จักที่จะอดทนเก็บหอมรอมริบหยอดกระปุกวันละ 5 บาท 10 บาท เพื่อหาเงินซื้อรองเท้าสตั๊ดเป็นของตัวเองให้ได้ และก็ทำได้สำเร็จด้วย
 
และรองเท้าคู่นั้นก็เป็นรองเท้าคู่ที่เริ่มนำเขาไปสู่เส้นทางความฝัน
 
แต่สิ่งที่ทำให้เขาไปถึงความฝันได้ยังมีเรื่องของ “ความกล้าหาญ” ด้วย
 
ตอนที่อายุ 17 ปีโป้ ได้ยินข่าวว่าจะมีการคัดตัวนักฟุตบอลเพื่อเป็นตัวแทนของจังหวัดสุรินทร์ เมื่อเห็นว่ามีโอกาส ปีโป้จึงตัดสินใจจะเล่นฟุตบอลอย่างจริงๆ ซึ่งการเริ่มต้นในวัย 17 ก็ถือว่าช้ากว่าเด็กคนอื่นๆมาก การคว้าโอกาสครั้งแรกของปีโป้เป็นไปได้ด้วยดี เขาผ่านการคัดเลือก ปีโป้จึงหันเหชีวิตมุ่งสู่เส้นทางการเตะฟุตบอลอย่างจริงจัง เขามีหน้าที่ๆต้องไปซ้อมกับทีมอยู่เป็นประจำโดยที่ไม่ได้เงินเดือน แต่สิ่งนี้ก็ไม่ทำให้ปีโป้ย่อท้อแต่อย่างใด
 
“เป็นเด็กซ้อมเฉยๆ เสื้อผ้าก็ไม่ได้ เงินเดือนก็ไม่ได้ ผมเข้าไปขอเค้าซ้อมครับ”
 
แล้วโอกาสครั้งใหม่ก็มาหาปีโป้อีกครั้ง วันหนึ่งโค้ช ‘โก้’ ฐาปกรณ์ ดีมาก ย้ายจากสุรินทร์มาคุมทีมที่จังหวัดนนทบุรี โค้ชโก้ชวนปีโป้ตามมาเล่นสโมสรอาชีพที่กรุงเทพ ปีโป้จึงตัดสินใจเข้ากรุงเทพเพื่อตามล่าความฝันการเป็นนักฟุตบอลอาชีพอีกครั้ง
 
ถึงจะรู้ว่าไม่ต่างอะไรจากการไปตายเอาดาบหน้าก็ตาม
 
เหมือนคนบนฟ้าก็อยากจะทดสอบกำลังใจ การเดินทางมากรุงเทพฯในครั้งนั้น ปีโป้ โดน “รับน้อง” จากแท็กซี่ใจร้ายที่โกงจนเงินที่มีติดตัวแค่ 2,000 บาทร่อยหรอจนเกือบหมด แถมโทรไปหาโค้ชที่ชักชวนมาก็ไม่มีใครรับสาย ต้องอาศัยอยู่ที่ป้ายรถเมล์จนเกือบเช้า
 
แต่หลังจากนั้นในตอนเช้าโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เป็นโค้ชที่โทรกลับมา และชีวิตหลังจากนั้นของ ปีโป้ ก็ไม่มีวันถอยหลังกลับอีกต่อไป
 
วันนี้ ปีโป้ ก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ของวงการฟุตบอลไทย มีรายได้ประจำหาเลี้ยงครอบครัวได้ ตอบแทนพระคุณคุณแม่ที่ดูแลฟูมฟักมาตั้งแต่เล็กๆสมความตั้งใจ
 
และกำลังมีอีกบทบาทหนึ่งเพิ่มขึ้นมาคือการเป็น “ฮีโร่” ของเด็กไทยในฐานะเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่ผ่านความยากลำบากและบททดสอบชีวิตมานับไม่ถ้วน
 
ไม่เคยติดทีมโรงเรียน เบสิกไม่ดี เริ่มเล่นฟุตบอลช้ากว่าเพื่อน ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะขังตัวเองเอาไว้
 
ทุกคนทำความฝันให้เป็นจริงได้ ทุกคนเป็นเหมือน “ปีโป้” ได้
 
ขอแค่มีความพยายามและกล้าที่จะคว้าโอกาส

นอกจากจะบอกเล่าเรื่องราวแล้ว “ปีโป้” ยังได้เดินทางมาให้กำลังใจน้องๆทั้ง 40 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศ ใน Bangkok Camp ของโครงการ อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ ด้วยเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ร่วมกับ “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และ “เก่ง” อดิศร พรหมรักษ์ ที่มาร่วมกันส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆและประสบการณ์ต่างๆให้กับน้องๆในบรรยากาศที่อบอุ่นอย่างยิ่ง :)

เกี่ยวกับโครงการ AJFC
 
โครงการ “อลิอันซ์ อยุธยา จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์“ เป็นกิจกรรมกลุ่ม อลิอันซ์ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ณ เมืองมิวนิค ในประเทศเยอรมนี โดยจะทำการคัดเลือกเยาวชนที่รักในกีฬาฟุตบอล และมีฝีเท้าดี อายุตั้งแต่ 14-16 ปีจากทั่วโลก เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสประสบการณ์ล้ำค่าครั้งหนึ่งในชีวิต เดินทางไปประเทศเยอรมนี พร้อมรับการฝึกทักษะการเล่นฟุตบอลโดยคณะผู้ฝึกสอนจากทีมบาเยิร์น มิวนิค รวมทั้งยังได้สัมผัสซูเปอร์สตาร์ระดับโลกของทีม พร้อมทัศนศึกษาเมืองมิวนิค และชมการแข่งขันของทีมบาเยิร์น มิวนิค ในสนามอลิอันซ์ อารีน่า ซึ่งสำหรับประเทศไทยนั้น ได้ส่งเยาวชนเข้าร่วมโครงการต่อเนื่องมาแล้ว 6 ปีติดต่อกัน

 

© อลิอันซ์ อยุธยา (ประเทศไทย) เคียงข้างทุกจังหวะชีวิต
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0107537001315 > คำสงวน