AJFC Diary บันทึกความฝันจากเกาะบาหลี 2017
23 สิงหาคม 2560
Last updated at 15:08
AJFC Diary บันทึกความฝันจากเกาะบาหลี 2017
ภาพการเดินทางมาส่งน้องๆของพ่อแม่ผู้ปกครองตั้งแต่เวลาเช้าตรู่ของวันอังคารที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมาเป็นภาพที่น่าประทับใจสำหรับคนที่ได้พบเห็นอย่างยิ่ง กับความรัก ความผูกพัน และความมุ่งมั่นของน้องๆทั้ง 9 คนที่จะเดินทางไปตามหาความฝันกันต่อที่ อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ ระดับเอเชีย ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในระหว่างวันที่ 1-3 สิงหาคม 2017

หลายๆคนไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศมาก่อน บางคนเคยไปแล้วแต่ไม่ใช่การเดินทางแบบนี้
 
การเดินทางเพื่อตามล่าความฝัน
 
โดยจาก 9 จะมีแค่ 4 คนเท่านั้นที่จะได้ไป อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี
 
และนี่คือบันทึกสั้นๆที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของพวกเขา

Day1: วันแห่งการเดินทาง
 
จากเด็กไทยกว่า 2,000 คนท่สมัครเข้าร่วมโครงการ อลิอันซ์ อยุธยา จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ 2017 พวกเขาผ่านเข้ารอบ 40 คนสุดท้ายที่ได้เก็บตัว ณ Bangkok Camp เพื่อคัดตัวขั้นสุดท้ายและในที่สุดก็ได้เป็น 9 คนที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย
 
วันนี้ (1 ส.ค.) เป็นวันเดินทาง บางคนไม่เคยเดินทางไกลไปต่างประเทศมาก่อน บางคนเคยเดินทางมาแล้ว แต่ไม่เคยไปเพื่อ “ความฝัน” แบบนี้
 
ความมุ่งมั่น ความกล้าหาญ ความต้องการพิสูจน์ตัวเองของเด็กๆทั้ง 9 คน สัมผัสได้อย่างง่ายดาย
 
อย่างไรก็ดีการเดินทาง (ที่อาจเป็นการเดินทางครั้งแรกของบางคน) เจอกับบททดสอบความอดทนตั้งแต่ถึงเกาะบาหลี เมื่อต้องการผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองที่ใช้เวลานานมากกว่า 3 ชั่วโมง แถมเมื่อผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้วก็ยังต้องเจอการจราจรที่เหมือนจราจลอีก ในวันที่พวกเขาต้องตื่นแต่เช้า เดินทางไกล และแทบไม่ได้พักผ่อน
 
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับน้องๆ
 
เรื่องใหญ่ที่สุดคือ “หิว”!
 
ทุกอย่างคลี่คลายเมื่อเดินทางถึงแคมป์ในช่วงหัวค่ำ ได้หม่ำเติมพลังกันสักหน่อย และจากนั้นคือพิธีการแนะนำตัวของตัวแทนจากชาติต่างๆจำนวน 8 ประเทศ 49 คน
 
สวัสดีทุกคน พวกเรามาจากประเทศไทย
 
พรุ่งนี้เราจะไปโชว์ฝีเท้าให้ทุกคนดู!


Day2: วันแห่งการผจญภัย
 
สิ่งที่น้องๆรอคอยมาตลอดกำลังจะมาถึงแล้ว! เมื่อพวกเขาจะได้ลงสนามซ้อมครั้งแรกใน อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ ที่บาหลี
 
ดังนั้นทุกคนรีบตื่นมาเตรียมตัวตั้งแต่เช้า ก่อนเดินทางไปที่แคมป์ และได้พบกับ โจวานนี เอลแบร์ ตำนานดาวยิงของทีม บาเยิร์น มิวนิค ที่เคยพบกันมาแล้วใน Bangkok Camp ซึ่งที่บาลี เอลแบร์ ในฐานะตัวแทนของทีม “เสือใต้” จะรับหน้าที่ดูแลน้องๆตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่
 
แต่เอลแบร์ ไม่ได้มาคนเดียว เขายังชวน เคลาส์ เอาเกนทาเลอร์ อดีตกองหลังกัปตันทีมชาติเยอรมันตะวันตกชุดแชมป์โลกเมื่อปี 1990 และเป็นนักเตะที่อยู่รับใช้บาเยิร์น มิวนิค สโมสรเดียวตลอดการเล่นฟุตบอล
 
น้องๆรุ่นนี้อาจจะไม่ทันเพราะช่วงที่ เอาเกนทาเลอร์ ดังมากก็ร่วม 20 กว่าปีแล้ว เป็นนักเตะเจ้าของสมญา “ไอ้บ้านนอก” (ส่วนทำไมชื่อไอ้บ้านนอก ต้องรบกวนถามทาง ก.ป้อหล่วน หรืออา นิกร ชำนาญกุล กูรูลูกหนังเยอรมันที่น้องๆได้เจอกันใน Bangkok Camp นะ) ซึ่งสมัยนั้นเป็นนักฟุตบอลในตำแหน่ง “ลิเบอโร่” คนแรกๆของยุค
 
การได้สุดยอดนักเตะระดับโลกทั้งสองมามอบความรู้และประสบการณ์ให้ เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าอย่างยิ่งครับ
 
สำหรับการซ้อมช่วงเช้าเน้นหนักที่การอบอุ่นร่างกาย (ซึ่งสำคัญมาก ถ้าทำไม่ถูกต้องโอกาสจะบาดเจ็บมีสูง และคนไทยมักจะมีปัญหาวอร์มไม่ถึงตลอด) จากนั้นคือการฝึกซ้อมเบสิกโดยมีการแบ่งออกเป็น 4 ฐาน ให้น้องๆทุกคนวนซ้อมไปจนครบ
 
ขณะที่ช่วงบ่ายเป็นการลงทีม แบ่งออกเป็น 4 ทีมให้วนเล่นตามทีมต่างๆ
 
โดยในการซ้อมมีช็อตพิเศษด้วยเมื่อ เอลแบร์ มาขอเป็นคู่ซ้อมให้กับ “น้องเวฟ” ผู้รักษาประตูหนึ่งเดียวของไทยด้วยตัวเอง แต่ถึงจะดีใจจนตื่นเต้นแต่ เอลแบร์ ก็เล่นเอาน้องเวฟน่วมเหมือนกันกับการซ้อมที่หนักหน่วงและจริงจัง
 
ส่วนเพื่อนใหม่จากอีก 7 ประเทศ ถึงจะสื่อสารด้วยภาษาไม่เข้าใจกันบ้าง แต่ก็อาศัย “ภาษาฟุตบอล” ช่วยสื่อจนถึงกันได้ ไม่ต้องพูดอะไรเยอะก็เข้าใจ :)
 
ระหว่างวันน้องๆมีโอกาสได้พักผ่อนด้วยการเล่นน้ำบ้าง มีไปช็อปปิ้งซื้อของฝากให้ที่บ้านบ้าง และพิเศษคือทีมงานพาน้องๆมานั่งทานอาหารเย็นกันริมทะเลบาหลีบ้าง ซึ่งก็สวยงามตามท้องเรื่อง
 
ปิดท้ายด้วยโอกาสพิเศษในการถาม 2 ตำนานอย่าง เอลแบร์ และ เอาเกนทาเลอร์ ว่าพวกเขามี “เคล็ดลับ”อะไรในการเล่นภายใต้ความกดดัน
 
คำตอบจาก 2 ตำนานคือ ที่บาเยิร์น มิวนิค ไม่ต้องถามหาก็เจอแต่ความกดดันอยู่แล้ว
 
ดังนั้นเล่นฟุตบอลให้มีความสุขพอ


Day3: วันแห่งการพิสูจน์ตัวเอง!
 
มาถึงวันที่ 3 และวันสุดท้ายของการเข้าแคมป์เก็บตัวแล้ว
 
เช้านี้กิจกรรมเหมือนเดิม เอลแบร์, เอาเกาทาเลอร์ และทีมงานจากบาเยิร์น มิวนิค นำซ้อมตามปกติ เน้นพื้นฐานการเล่นซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในช่วงเช้า และช่วงบ่ายมีการลงทีมซ้อม เน้นเรื่องของทีมเวิร์คเป็นสำคัญ
 
เพราะฟุตบอลนั้นเล่น 11 คน ไม่มีใครสามารถแบกทีมได้ ต่อให้เป็นสุดยอดนักเตะขนาดไหนก็ตาม
 
ความพิเศษของวันนี้คือทีมงานมีการสอนเรื่อง “การเงิน และการจัดการ” ให้น้องๆด้วย เพราะอาชีพนักฟุตบอลมีระยะเวลาค่อนข้างจำกัดมาก ทุกบาทที่ได้มาควรได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเพื่อให้ชีวิตมีความมั่นคง
 
สำหรับวันนี้การซ้อมจริงจัง ทุกคนพยายามแสดงให้เห็นถึงความสามารถ ความมุ่งมั่น
 
ทุกคนอยากคว้าความฝัน อยากจะไปให้ถึง อลิอันซ์ อารีน่า
 
ช่วงค่ำในคืนสุดท้ายของ “แคมป์บาหลี” มีการจัดกิจกรรมให้แต่ละประเทศมาร่วมกันโชว์การแสดง เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
 
ทุกปีการแสดงของไทยขึ้นชื่อมากกว่า “พีค”
 
ปีนี้ก็เช่นกัน น้องๆงัด “ขอเพลงที่มีงู” ออกมา ให้เพื่อนๆ และสต๊าฟโค้ชมาเลื้อยกันอย่างเมามันส์
 
ปิดท้ายค่ำคืนนี้อย่างมีความสุข
 
พวกเขาทั้ง 9 คนทำดีที่สุดแล้ว ที่เหลืออยู่ที่คณะกรรมการว่าใครควรจะได้ไป อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ ที่มิวนิค

Day4: วันของการคว้าโอกาส

วันที่ 4 ของการเดินทาง และวันสุดท้ายของการพิสูจน์ตัวเอง วันนี้คือวันที่น้องๆทั้ง 9 คนจะได้รู้ว่าตัวเองสามารถคว้าโอกาสได้หรือไม่?
 
กิจวัตรช่วงเช้าไม่แตกต่างจากเดิม น้องๆตื่นแต่เช้า ตุนพลังงาน เตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมที่สุด
 
แต่กิจกรรมในสนามแตกต่างจากเดิม วันนี้ โจวานนี่ เอลแบร์ และ เคลาส์ เอนเกนทาเลอร์ แบ่งเด็กๆทุกคนออกเป็น 6 ทีม เพื่อแข่งขันกันแบบกลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม โดยทีมที่ได้เป็นแชมป์กลุ่มจะได้เข้าชิงชนะเลิศทันที ซึ่งการแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น ทุกคนจริงจังมาก แต่ก็สนุกมากเช่นกัน
 
สำหรับน้องๆจากประเทศไทยทั้ง 9 คนต่างทำผลงานกันได้ดีทุกคน และที่น่าชื่นใจคือท้ายที่สุดแล้วทีมที่มีน้อง ปลื้ม, เวฟ, ฟิล์ม, ดอน และ บูม มีส่วนช่วยให้ทีมของพวกเขาคว้าชัยชนะได้สำเร็จ
 
จากนั้นมาถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย
 
สีหน้า แววตาของทุกคนเปลี่ยนไปจากเดิม
 
มันคือช่วงเวลาแห่งการตัดสิน หลังความพยายามอย่างหนักตั้งแต่รอบคัดเลือกภูมิภาค มาถึง Bangkok Camp และ อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ ที่บาหลี สิ่งที่ทุกคนปรารถนามากที่สุดคือการได้ยินชื่อของตัวเองว่าจะเป็นผู้ที่ได้ไปต่อยัง อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ ที่มิวนิค ได้ไปเจอซูเปอร์สตาร์บาเยิร์น ได้ไปเหยียบอลิอันซ์ อารีน่า ได้ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิต
 
ผลปรากฏว่าคนที่ได้โอกาสนั้นคือ โก้, เวฟ, ปลื้ม และ ปาล์ม ที่คณะกรรมการตัดสินว่าควรจะได้ไปต่อ

ขณะที่ โก้ ยังได้รางวัลพร้อมลายเซ็นสุดพิเศษจาก โจวานนี่ เอลแบร์ จากการเป็นผู้ชนะกิจกรรม Go Pro Challenge ที่บันทึกภาพกิจกรรมผ่านกล้อง Go Pro
 
แน่นอนว่าเมื่อมีคนสมหวังก็มีคนผิดหวัง
 
สำหรับน้องๆอีก 5 คน พวกเขาเสียใจที่ไม่ได้รับโอกาส แต่เหล่าสตาฟฟ์โค้ชได้มาปลอบโยน และบอกเล่าเรื่องราวแรงบันดาลใจดีๆเพื่อให้พวกเขาก้าวเดินต่อไปในเส้นทางความฝันของตัวเอง
 
วันนี้อาจจะไม่ใช่วันของเรา แต่มันย่อมมีวันของเราแน่ ขอแค่อย่าท้อ
 
ไม่มีใครเป็นผู้แพ้ เพราะน้องๆทุกคน ไม่ว่าจะเป็น 4 คนที่ได้ไปมิวนิค, 9 คนที่ได้มาบาหลี, 40 คนที่ได้เข้า Bangkok Camp หรือแม้แต่น้องๆอีกร่วม 2 พันคนที่มาร่วมกันคว้าโอกาสในครั้งนี้
 
ทุกคนกล้าที่จะเดินออกมาตามความฝันของตัวเอง
 
แค่นั้นก็ยิ่งใหญ่ และถือเป็นชัยชนะที่สำคัญของชีวิตแล้ว
 
สู้ต่อไปทุกคน!

 

© อลิอันซ์ อยุธยา (ประเทศไทย) เคียงข้างทุกจังหวะชีวิต
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0107537001315 > คำสงวน